รีวิว mission impossible

รีวิว mission impossible

1

รีวิว Mission: Impossible Fallout

รีวิวMission: Impossible Fallout เมื่อปฏิบัติการที่เบอร์ลินทำให้ พลูโตเนียม หลุดรอดจนเกิดเหตุวินาศกรรมสถานที่สำคัญทางศาสนา ทำให้ อีธาน ฮันต์ (ทอม ครูซ) จำต้องร่วมงานกับ ออกัส วอล์คเกอร์ (เฮนรี คาวิลล์)

ซีไอเอหนุ่มที่เขม่นเขาตั้งแต่แรกพบ แต่ราคาที่ต้องจ่ายเพื่อให้ได้พลูโตเนียม อาจทำให้ โซโลมอน เลน (ณอน แฮริส) ผู้ก่อการร้ายสุดโฉด หลุดรอดการจับกุมไปได้ ทำให้ทาง ซีไอเอ และ ไอเอ็มเอฟ เริ่มสงสัยในความภักดีของ อีธาน ฮันต์ (ทอม ครูซ) จนเขาต้องพิสูจน์ตัวเองด้วยการตามจับวายร้ายสมองเพชรและหยุดหายนะครั้งใหม่ก่อนโลกจะลุกเป็นไฟให้จงได้ รวมรีวิวหนัง

2

และนี่ก็เป็นครั้งที่ 6 แล้วสำหรับ Mission Impossible จากการนำแสดงและอำนวยการสร้างของ ทอม ครูซ ที่ผ่านมามีผู้กำกับมากหน้าหลายตาที่มาเติมเต็มแฟรนไชส์สายลับชุดนี้ให้ไปไกลกว่าแค่หนังรีเมคจากซีรีส์ ทั้ง ไบรอัน เดอพัลมา

ที่สร้างมาตรฐานการเล่าเรื่องเชิงสืบสวนสอบสวนสุดลึกลับ และมีกลิ่นอายของฟิล์มนัวร์ จอห์น วู มาสานต่อตำนานและเติมฉากแอ็คชั่นดีไซน์สวยๆ ส่วน เจ เจ เอบรามส์ นอกจากมาเติมเรื่องราวเพิ่มมิติด้านครอบครัวให้ อีธาน ฮันต์ แล้วก็ยังนำบริษัท แบด โรบอต มาร่วมอำนวยการสร้างตั้งแต่ภาค 3 จนถึงปัจจุบัน 

รีวิว Mission: Impossible Fallout เนื้อเรื่อง

หนังเปิดเรื่องมาด้วยฉาก “ความฝันของอีธาน ฮันท์” ในฝันดังกล่าว เขากำลังจะแต่งงานกับอิลซา ฟอสต์ (รีเบ็กก้า เฟอร์กูสัน) แต่แล้วเขาก็ถูกบาทหลวงตั้งคำถามถึงความไว้เนื้อเชื่อใจ ความปลอดภัยในชีวิต ว่าการแต่งงานครั้งนี้อาจจะนำมาซึ่งความหายนะ   

แต่อิลซาก็ตอบตกลง ทันใดนั้นเองกล้องก็แพนมาให้เราเห็นหน้าของบาทหลวงซึ่งเป็นใบหน้าของโซโลมอน เลน(ฌอน แฮร์ริส) วายร้ายจาก Mission: Impossible – Rogue Nation รีวิวหนังซุปเปอร์ฮีโร่

และทันใดนั้นเองระเบิดลูกยักษ์ก็ตกลงที่กลางหุบเขาและร่างกายของอีธานก็สลายกลายเป็นผุยผงจากนั้นเขาก็พลันสะดุ้งตื่นขึ้น 

แค่ความฝันฉากเดียว สามารถอธิบายปรากฏการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในหนังภาคนี้ได้อย่างชัดเจน ว่าเรื่องราวเกี่ยวข้องกับชีวิตของฮันท์และบรรดาคนรอบตัวของเขา และยังเชื่อมโยงกับพฤติกรรมของฮันท์ผู้ถือคติ “ไม่ทิ้งเพื่อนไว้ข้างหลัง” อันนำมาซึ่งภัยคุกคามต่อคนทั้งโลก  

3

โดยหลังจากภารกิจชิง พลูโตเนียมอันเป็นส่วนประกอบของระเบิดนิวเคลียร์เกิดล้มเหลว เพราะอีธานเป็นห่วงความปลอดภัยของลูเธอร์ (วิง รามส์) ซึ่งถูกจับเป็นตัวประกัน เขาจึงเลือกจะช่วย “เพื่อน” ก่อน “ภารกิจ” 

จุดอ่อนดังกล่าวของอีธานจึงกลายมาเป็นรูโหว่สำคัญของภารกิจ จนส่งผลให้หลายๆครั้ง อีธานและพรรคพวกต้องเสี่ยงอันตราย (อันนำมาสู่ฉากต่อสู้อันแสนตื่นเต้น

เร้าใจและเหลือเชื่อ) ซึ่งเราไม่อาจจะปฏิเสธเลยว่า ด้วยบุคลิกเช่นนี้ อีธานจึงกลายเป็นคนที่เพื่อนร่วมทีมมองเห็นคุณค่า  

กระทั่งคนที่ไม่รู้จักมักจี่อย่างไวท์ วิโดว์(วาเนสซา เคอร์บี้) นักค้าอาวุธและโบรกเกอร์ อีธานยังให้ความสำคัญและพยายามดูแลความปลอดภัยให้กับเธอในฉากที่ทั้งสองพบกันเป็นครั้งแรก และนั่นคือ “อาวุธสำคัญอีกประการของอีธาน” ก็ว่าได้ 

ความเอาใจใส่ของอีธาน กลายเป็นผลดีต่อภารกิจ (และหลายครั้งก็ส่งผลเสีย) แต่ไม่แปลกใจเลยที่บรรดา คนสนิทชิดใกล้ถึงไว้ใจเขาและยอมที่จะเอาตัวเองเข้าเสี่ยงตายในหลายต่อหลายครั้งเพื่อให้ภารกิจสามารถลุล่วงไปได้  

ตัวอย่างที่สามารถเห็นได้ชัดที่สุดคือตัวละครอย่างอิลซา ฟอสต์ที่ยอมเสี่ยงอันตรายด้วยการใช้ตัวเองให้กลายเป็นนกต่อบ้าง เป็นเหยื่อบ้าง แต่นั่นก็เพื่อทำให้อีธาน สามารถทำภารกิจของเขาผ่านไปได้ด้วยดี รีวิวหนังจากการ์ตูน

 

องค์ประกอบของหนัง

องค์ประกอบสำคัญถ้านอกจากฉากแอ็คชั่นแล้วคงหนีไม่พ้นนักแสดงทั้งหมดในเรื่อง ทั้งสายทุ่มเทอย่าง ทอม ครูซ ที่เล่นฉากสตันท์เองจนได้รับบาดเจ็บที่เข่าในฉากกระโดดข้ามตึก หรือแม้แต่การทุ่มเทฝึกการโดด ฮาโล (HALO – High Altitude Low Opening) ถึง 1 ปีเต็มเพื่อฉากแอ็คชั่นสำคัญของเรื่อง  

ก็ให้ผลลัพธ์ที่ต้องบอกว่า ความพยายามไม่เคยทรยศใครจริงๆ เพราะงานสตันต์ทุกฉากทุกตอนคือชวนอ้าปากค้างจริงๆ นะไม่ได้เวอร์เลย

และไม่ใช่แค่พี่ทอม ครูซนะ แม้แต่ รีเบคกา เฟอร์กูสัน ที่กลับมารับบท อิลซา ก็เล่นฉากแอ็คชั่นแม้ตัวเองจะท้องอยู่ก็ตาม (พอหนังปิดกล้อง อายุครรภ์ของเธอก็ได้ 7 เดือนพอดี) 

4

ส่วนนักแสดงคนอื่นๆทั้ง วิง เรมส์ ที่กลับมารับบท ลูเธอร์ เป็นครั้งที่ 6 ก็ยิ่งทำให้เรารู้สึกผูกพันธ์เหมือนเป็นครอบครัวตัวละครที่โตมากับเราจริงๆ ไซมอน เพกก์ ในบท เบนจี้  

ก็ยังฮาและสร้างเซอร์ไพร์สได้ดีเช่นเดิม สำหรับสมาชิกใหม่อย่าง เฮนรี คาร์วิลล์ หรือพี่ซูเปอร์แมนของเราก็ทำให้ฉากบู๊ดูดุดันไม่น้อยเลยทีเดียวแต่คนที่ทำให้ใจพองโตที่สุดเห็นจะเป็น

วาเนสซา เคอร์บี้ ในบท แม่มายขาว หรือ ไวต์วิโดว์ คนกลางค้าอาวุธที่สวยแบบวัวตายควายล้ม สวยแบบขายบ้านขายรถ คือเห็นแล้วพร้อมหลงกลได้ง่ายๆเลยทีเดียว  

ซึ่งแม้นุ้งเคอร์บีจะไม่ได้สวมชุดราตรีสุดหรูแบบในซีรีส์เดอะคราวน์ ทาง เน็ตฟลิกซ์ แต่ใบหน้าอันแสนจะเพอร์เฟกต์ของเธอก็เพียงพอให้กล้องถ่ายทอดความงามในทุกฉากที่ปรากฎตัวได้เป็นอย่างดี 

ความรู้สึกหลังดูหนัง

“Your Mission, Should You Choose to Accept It” 

ตลอดระยะเวลาสองชั่วโมงกว่าในโรงภาพยนตร์ ตัวหนังสะกดให้เราจดจ่อไปกับภาพยนตร์ได้ตลอดเวลา ความสนุกสนาน ตื่นเต้นและมุกตลกสอดแทรกเป็นสีสันในแบบฉบับของ MI ยังคงวิ่งเข้าหาคนดูอย่างไม่หยุดยั้ง 

แต่สิ่งที่แตกต่างไปจากภาคก่อนหน้าคือความรู้สึกหลังดูจบ  ในภาคนี้เราเดินออกจากโรงภาพยนตร์ด้วยการใช้เวลาสองชั่วโมงกว่าอย่างเต็มอิ่มไปกับตัวภาพยนตร์แต่ในขณะเดียวกันก็แอบรู้สึกหวั่นใจอย่างบอกไม่ถูก 

5

ตัวภาพยนตร์ส่งมอบจุดเด่นของแต่ละภาคไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการขับรถไล่ล่า การทรยศหักหลังพลิกซับสลับซ้อน การทำภารกิจที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นจริง

การบีบคั้นคนดูด้วยลูกเล่นของเวลาไปถึงการหยิบจับตัวละครต่าง ๆ มาแบ่งสรรปันส่วนให้ลงตัวไม่มีใครน้อยหน้าไปกว่ากัน 

 เรียกได้ว่าผสมสิ่งต่าง ๆ ของภาพยนตร์ MI เอาไว้ในภาคเดียวเต็มอิ่มจนเหมือนเป็นการสั่งลาด้วยวัฐจักรทั้งในเรื่องของความยากในการสร้างภาพต่อให้ดีกว่า

การหาตัวแทนของทอม ครูซในวันที่พระเอกหนุ่มสุดหล่อต้องห่างหายไปตามอายุอานาม ซึ่งเราได้แต่ขอให้เราคิดผิด 

ให้คะแนนเรื่องนี้ 9/10 คือภาพยนตร์ที่ควรค่าแก่การดูทั้งคนที่เป็นแฟนซีรีส์นี้และคนที่ไม่เคยดูมาก่อน จูงมือกันเข้าไปดู ใช้เวลากับมัน แล้วคุณจะรู้ว่าทำไมภาพยนตร์ชื่อนี้ถึงได้รับความนิยมอย่างมหาศาลตลอดระยะเวลาสองทศวรรษที่ผ่านมา 

รีวิว Mission: Impossible Fallout บทสรุป

จะเห็นได้ว่าความโดดเด่นของหนังภาคนี้ไม่ได้อยู่แค่เพียงงานสตันท์แมนเสี่ยงตายของอีธาน แต่เพียงผู้เดียว ในหลายครั้งที่ภารกิจสำเร็จลุล่วงไปได้ (แม้จะตะกุกตะกักและมีอุปสรรคอยู่เสมอ) แต่เพราะหน่วย IMF  

6

ทำงานร่วมกันเป็นทีม ด้วยความไว้เนื้อเชื่อใจเหล่านั้น ทำให้ภารกิจอันแสนจะเหลือเชื่อสามารถ กลายเป็นเรื่องที่สามารถทำได้จริงในที่สุด ราคาของความเชื่อใจอาจจะไม่สามารถพิสูจน์ได้แค่เพียงระยะเวลาสั้นๆ แต่เวลาเท่านั้นที่จะเป็นคำตอบให้ 

ความเป็นหนังภาคต่อ

เป็นหนังภาคต่อที่ปัจจุบันได้ดำเนินมาถึงภาคที่ 6 ทำรายได้รวมกว่า 3,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จึงนับได้ว่าเป็นภาพยนตร์อีกเรื่องที่มีกระแสตอบรับที่ดี และได้รับบการจับตามองจากทั่วโลก อาจจะด้วยทั้งตัวละครหลักหรือ  

อีธาน ฮันท์ มีพัฒนาที่มากขึ้นตามแต่ช่วงวัยอายุ และรับโดย ทอม ครูซ พระเอกชื่อดังก้องโลก เขารับบทอีธานมาตั้งแต่ในภาคแรกจนถึงปัจจุบัน ทำให้เหมือนเป็นที่ติดตาจากผู้ชมไปแล้วว่าตัวละครนี้ต้องมีเขามารับบทบาทเสมอ 

Mission Impossible เป็นหนังสายลับที่ออกแนว Action แบบไม่หน่อย ทำให้เราจะได้เห็น ทอม ครูซ ในบทบาทของ อีธาน ฮันท์ ได้แสดงในคิวบู๊ได้มันส์หยดแทบทั้งเรื่อง จนทำให้บางครั้งถึงกับหยุดหายใจ และฉากภารกิจในหลาย ๆ ฉากก็ลุ้นจนแทบลืมว่าตัวเองต้องหายใจ

7

ฉากแอคชั่นนั้นทำได้ดีทีเดียวในทุก ๆ ภาค คิวบู๊ดูมีความเป็นมืออาชีพและลื่นไหลดี ข้อเด่นข้อหนึ่งเลยของตัวละครอีธานคือ เป็นคนที่ไม่ตื่นตูม

ดูเขาไม่ค่อยตื่นตระหนกกับเรื่องร้ายที่กำลังจะเกิดขึ้น อีธานสามารถตัดสินใจในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี และมีความเด็ดขาดในทุก ๆ การตัดสินใจ 

Mission Impossible เป็นหนังภาคต่ออีกเรื่องหนึ่งที่ทำได้ดีทีเดียว(ซึ่งคาดว่าหากทำไม่ได้ดีอาจไม่ได้มีถึง 6 ภาค)เนื้อเรื่องค่อนข้างอัดแน่น

ทำให้การดำเนินเรื่องค่อนข้างไว การเก็บประเด็นให้ครบภายในครั้งแรกนั้นเป็นไปได้ค่อนข้างยาก และตัวละครในเรื่องมีค่อนข้างมากทำให้อาจเกิดความสับสนได้ 

Mission Impossible เป็นหนังที่ทำได้ดีในแง่ของฉากแอคชั่น มีการทุ่มทุนสร้างอย่างมหาศาล แต่ด้วยเนื้อเรื่องที่ค่อนข้างอัดแน่นอาจทำให้ต้องใช้ความคิดตามพอสมควร แต่ถ้าดูแค่มันส์และอยากดูฉากบู๊แบบดี ๆ เรื่องนี้ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดี 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *